ครึ่งทางชีวิตเฟรชชี่

posted on 24 Oct 2010 22:34 by pimmiemiz
ผ่านไปแล้ว ปี 1 เทอม 1 รู้สึกว่าไว๊ ไว...
ยังจำตอนที่มาสอบตรงโครงการนิสิตไทยหัวใจเกษตรได้อยู่เลย...
มายืนหน้าห้องสอบแบบเอ๋อๆอยู่คนเดียว ไม่รู้จักใครเลย ไม่ได้คุยกับใครด้วย สอบเสร็จก็กลับบ้านอย่างไว!
ประกาศผลสอบก็ติดมาแบบ งงๆ...
ไปสัมภาษณ์... ตอนแรกนึกว่าจะไม่ติดซะแล้ว... กดดันมากมาย
ออกมาจากห้องสัมภาษณ์นี่แทบร้องไห้บอกแม่ว่า ไม่ติดแน่ๆ
ประกาศผลสอบสัมภาษณ์ ติดด้วย!!
วันมารายงานตัวเป็นงานเกษตรแฟร์พอดี ก็เลยได้เดินเล่นงานเกษตรแฟร์ รอพ่อกับแม่ประชุม...
หลงได้อีก!! ตั้งแต่มาสอบแล้ว มาทีไรก็หลงทุกที ไม่รู้ทางจะเยอะไปไหน! แต่ตอนนี้ไม่หลงแล้วนะ
 
วันแรกพบคณะเกษตร
 
วันปฐมนิเทศคณะเกษตร
 
วันส่งเอกสาร
 
วันเปิดเทอมวันแรก!
 
หนึ่งเทอมที่ผ่านมา เรียน 22 ชั่วโมงต่ออาทิตย์ 7 รายวิชา 17 หน่วยกิจ
ชีวิตมหาลัยเทอมแรก รู้สึกชิวสุดๆ แต่แทบจะไม่ได้ออกไปนอกมหาลัยเลย วันๆก็อยู่แต่ในมหาลัย
เริ่มเรียน 8 โมงเช้าทุกวัน เลิก 4 โมงเย็น... ยกเว้นวันพุธที่ดูจะแสนสบายหน่อย(แต่เอาเข้าจริงๆก็มีติวอยู่ดี 555)
เรียนไปประมาณหนึ่งเดือน ยังชิวๆอยู่ แต่ก็ได้รับรู้ว่าชีวิตมหาวิทยาลัยมันหาได้ชิวเสมอไปไม่!!!
 
สอบมิดเทอม(กลางภาค)!!!!!
เนื่องด้วยตลอดชีวิตที่เรียนมาไม่เคยได้รู้จักคำว่าสอบกลางภาคเลยว่ามันคืออะไร(555)
มารับรู้อีกทีก็ตอนอยู่มหาลัย แม่จ้าววววววววว!!
หายใจเข้า-หายใจออก 2 ที อาทิตย์หน้าจะสอบแล้ว เฮ้ย ไวเยี่ยงตดมด(มดตดรึป่าวเนี้ย?)
อ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่ง โต้รุ่งกันอย่างเมามันส์ เนื่องด้วยอยู่หอกัน 4 คน ทุกคนก็กระหน่ำ อ่านกันแหลกลาน
สภาพช่วงสอบประหนึ่งผีดิบ ซอมบี้ อะไรก็ได้ สภาพไม่ไหวจะเคลียร์สุดๆ 555
ยอมรับว่าอ่านหนังสือหนักกว่าสอบ GAT-PAT สอบตรง อะไรทั้งหลายอีก
อะไรที่ทำมาตอน ม.6 ดูมันชิวขี้มดไปเลย ... 555
พอเห็นข้อสอบก็อีกนั่นแหล่ะ... นี่มันอะไรกันวะเนี้ย กูว่ากูอ่านมาแน่นๆแล้วนะ ทำไมไม่เห็นรู้เรื่องเลยวะ
ออกมาจากห้องสอบนี่น้ำตาเล็ด นั่งตะลัยกลับหอ ไปนั่งร้องไห้ 555 จะดราม่าไปไหน
ดับอนาถ... นาฬิกาชีวิตหมุนกลับหัวกลับหางอีกต่างหาก
 
วันประกาศคะแนนสอบมิดเทอมแต่ละวิชา
ไม่เคยรู้มาก่อนในชีวิตอันชิวๆว่า ตอนประกาศคะแนนกลางภาคเค้าจะเอาคะแนนเรามาติดประจานให้โลกรู้
ได้น้อยก็อายกันไป ได้มากก็กำไรชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่ก็อย่างแรก 555
ต้องไปทำตัวลีบ ซอกแซก ไปให้ถึงหน้าบอร์ดเพื่อดูคะแนน มันก็มันส์ดีเหมือนกัน 555
ผลสรุป โชคดีที่ไม่มีวิชาไหนสาหัสจนต้องไปกดปุ่มดรอป ตกมีนเกือบดับอนาถไปหนึ่งวิชา แต่ก็สู้ต่อไปไม่ดรอป
 
ช่วงหลังมิดเทอม
ตอนที่คะแนนกลางภาคยังไม่ประกาศนี่... แทบจะไม่มีอารมณ์เรียน
โดยเฉพาะวิชา Gen-Chem เรียนแบบล่องลอยมาก แต่พอคะแนนประกาศออกมา แล้วตกมีนแต่ไม่ดรอป 555
ตั้งใจเรียนแบบยิกๆกันเลยทีเดียว ในสมองคิดอยู่ว่า เอาน่า... ชั้นต้องผ่านซิ!
เพื่อนในกลุ่มที่เรียนด้วยกันแทบทุกวิชามีทั้งหมด 5 คน ดรอปวิชานี้กันเกลี้ยง
ต้องนั่งเรียนอยู่คนเดียว อารมณ์เปลี่ยวสุดๆ
 
ถึงช่วงสอบไฟนอล อารมณ์คล้ายๆมิดเทอม... โต้รุ่งกันแหลกลาน
แต่อารมณ์นี่เครียดกว่าตอนมิดเทอมประมาณ350เท่าได้ กลัวติด F กลัวอยู่วิชาเดียวด้วย
General Chemistry ... ช่วงสอบ จำได้ว่าแม่โทรมาหา แล้วกำลังนั่งอ่านวิชานี้อยู่พอดี
อ่านไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าหัวเลย พอรับสายแล้วได้ยินเสียงแม่เท่านั้นแหล่ะ น้ำตาไหลเลย
มันเป็นอะไรที่สุดๆจริงๆ และท่าทางจะต้องเจออารมณ์นี้อีกเป็นครั้งคราว 555
แต่หลังจากสอบเสร็จหมดทุกวิชา มันโล่ง...นะ เก็บไว้ไปเครียดช่วงประกาศเกรดอีกทีนึง
สอบวิชาสุดท้าย การใช้ห้องสมุด ออกมาจากห้องแหกปากเลย "สอบเสร็จแล้วโว้ยยยยยย" 555
สะใจดี
 
กิจกรรม ปี1เทอม1 ที่ผ่านมา
มีอะไรให้ทำเต็มไปหมดกับชีวิตมหาลัย แทบจะไม่ได้เที่ยวเลย 555
ประชุมเชียร์คณะ รับน้องสาขา ซ้อมแสตนด์ ไปนู่นไปนี่ จะว่าไปก็ทำกิจกรรมไปเยอะอยู่
บ้านก็อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่ก็ไม่ค่อยได้กลับบ้านหรอก แต่ไม่ใช่ไม่อยากกลับนะ อยากกลับจะตาย
อยากยกมหาลัยไปไว้ข้างบ้านด้วยซ้ำ !!
แต่เห็นว่า ชีวิตมหาลัย วันนี้เราก็เจอได้แค่วันเดียว อยู่มหาลัย ชีวิตเฟรชชี่ก็มีได้แค่ปีเดียว
ชีวิตมหาลัย มีได้ 4 ปี ก็อยากทำอะไรให้ตัวเองบ้าง คณะบ้าง มหาลัยบ้าง สังคมบ้าง
อะไรที่เราทำด้วยความเต็มใจ เราก็มักจะทำมันได้เต็มที่เสมอ แล้วก็มีความสุขที่ได้ทำอีกต่างหาก
ด้วยเหตุนี้ก็เลย สนุกที่ได้ทำนู่นทำนี่ บางวันกว่าจะออกจากคณะก็ดึกดื่นเที่ยงคืน(กว่า)กันเลยทีเดียว
 
ตอนนี้ประกาศเกรดไปแล้ว...ผ่านหมดทุกวิชา มีเกรดทุดเกรดที่ไม่ใช่ F
จัดหมดทุกเกรด A-D เทอมนี้ผ่านไป... รู้สึกโล่งที่ผ่าน Gen-Chem มาได้
เกรด 2 กว่าๆ ก็โออยู่นะ ^^
 
เมื่อวันก็เพิ่งไปลาดกระบังมา งานสี่จอบ ประกวดแสตนด์
เปิดเทอมสองวันที่ 1 พฤศจิกายน
 
เฮ้ย ตอนนี้ จะเปิดเทอม เทอมที่สองแล้ว
 
เพิ่งได้กลับบ้านเป็นเรื่องเป็นราว 55
น้ำท่วม !!!

รับน้องคณะเกษตรรุ่น70

posted on 04 Jul 2010 16:14 by pimmiemiz

****ถึงน้องๆ ที่มีความตั้งใจที่จะเข้าศึกษาในคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์****

พี่ขอแนะนำว่า น้องยังไม่ควรอ่านเอนทรี่นี้ของพี่เพราะว่าน้องจะหมดอารมณ์ร่วมเมื่อถึงวันจริง

อย่าเพิ่งบ่นว่าแล้วพี่จะเอาลงทำไม พอดีพี่ลงไว้แชร์ประสบการณ์ ถ้าน้องมาอ่านตอนได้รุ่นแล้ว

มันก็ยังไม่สายไปนะ จะได้เปรียบเทียบว่ารุ่นเรากับรุ่นของพี่มันต่างกันยังไง ลุ้นดีออกว่าจะเจออะไรบ้าง
 
แต่ถ้าน้องอยากอ่านพี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่จะบอกว่า"เราเตือนคุณแล้ว(นะจ๊ะ^^)"

....... A

......  G

.....   G

....    I

...     E

..      7

.       0

ผ่านไปแล้ว....ที่จริงก็ผ่านไปนานแล้วเหมือนกัน

 เรื่องมันเริ่มเมื่อวันศุกร์ที่ 11 มิถุนายน เพิ่งเปิดเทอมได้ไม่กี่วันเอง
ยังเป็นเฟรชชี่หน้าใสกันอยู่เลย เพื่อนๆก็ยังไม่คอยสนิทกันเท่าไหร่
รู้สึกตื่นเต้นนะกับการประชุมเชียร์ครั้งแรก ตื่นเต้นมากๆ มือสั่นเลยทีเดียว
เพิ่งเรียนBioเสร็จก็รีบเดินไปใต้คณะกันอย่างรวดเร็ว แต่เพื่อนๆsecยังไม่มากัน
จำได้ว่า เอาเข็มเอาติ้งออกตั้งแต่อยู่ในห้องบรรยาย ไม่รู้จะรีบไปไหนเหมือนกัน

พอถึงที่คณะการประชุมเชียร์ครั้งแรก ได้เจอประธานเชียร์ยังไม่ตกใจเท่าไหร่
แต่เจอประธานสวัสดิภาพนี่แทบช๊อค... พี่เอ็ม!(=[]=")
ที่ตกใจก็เพราะว่า เราเคยคุยกับพี่เอ็มตั้งแต่ช่วงที่ติดรับตรงไปใหม่ๆ
เอาเป็นว่าเค้าเป็นรุ่นพี่คนแรกเลยหล่ะมั๊งที่รู้จัก เป็นพี่ที่ใจดีมากๆ แล้วทำไมพี่ไปยืนอยู่ตรงนั้นคะ?
แต่ที่จริงก็ไม่ได้คุยกับพี่เอ็มนานแล้วเหมือนกัน ตั้งแต่เปิดเทอม มิน่าหล่ะ!

การประชุมเชียร์ครั้งแรก หัวใจแทบจะวาย พี่เค้าดุกันจัง(T-T)
แต่ในใจเราก็คิดว่า...เฮ้ย! พวกพี่เค้ายังผ่านกันมาได้ทุกรุ่นเลย แล้วทำไมเราจะผ่านไปไม่ได้(ฟร่ะ)
แล้วอีกประเด็นนึงคือก่อนที่จะเปิดเทอม พี่เอ็มเคยถามว่ากลัวการรับน้องมั๊ย?
เราก็ตอบไปอย่างภาคภูมิใจ ว่าเราไม่กลัว แต่ก็ใช่เราไม่กลัว เราชอบด้วยซ้ำ
เราคิดว่ากิจกรรมรับน้องให้อะไรดีๆกับเราหลายอย่าง
ถึงพี่เค้าจะตะโกนแหกปากเสียงดัง พูดแดกดัน ถากถาง เรายังไง แต่ว่า...
การกระทำต่างๆย่อมมีเหตุผลในตัวของมันเองเสมอ
พี่เอ็มก็เลยบอกว่า ไม่กลัวก็ดี...เข้าประชุมเชียร์ทุกครั้งนะ
แต่พี่เอ็มคงจำไม่ได้แล้วหล่ะมั๊ง 555 แต่เราจำขึ้นใจเลย

จากวันนั้นถึงวันนี้ เราก็เข้าประชุมเชียร์ทุกครั้งไม่เคยขาด ใครจะอยากขาดหล่ะเนอะ
นานๆจะได้เจอพี่ๆปี3 ปี4 มารวมตัวกันทั้งที อาทิตย์นึงมีครั้งเดียวเอง^^

วันนั้นเราได้ชุดฟิลด์ ได้สุมดเพลงเชียร์ ได้ด้ายเหลือง ได้ระเบียบเพิ่มขึ้น ได้รู้อะไรเกี่ยวกับคณะมากขึ้น
ส่วนพวกพี่ๆเนี้ยก็ได้ใจพวกหนูไปเต็มๆเลยหล่ะคะ โหดจริงอะไรจริง ^^

ประชุมเชียร์ครั้งแรกผ่านไปก็มีกิจกรรมของคณะตามมาอีกก็คือ"AGGIE รู้คิด"
พี่เอ็มนัดพวกเราที่ลานเชียร์(ใต้คณะ)ให้มาแต่เช้าาาาา เลย... แหกขี้ตาตื่น
ตั้งแต่ประชุมเชียร์ผ่านไปเจอหน้าพวกพี่ๆทีไรตกใจทุกที พี่ชอบทำหน้าโหดใส่(=_=")
วันที่มา AGGIE รู้คิด พี่เอ็มก็มารอที่ใต้คณะแต่เช้าเลยเหมือนกัน เป็นพี่ที่ทุ่มเทจริงๆ
แถมพี่ก็แอบรั่วอีกต่างหาก ยิงมุขมาแต่ละมุขมันก็ขำนะคะ แต่หนูไม่กล้าขำ 555

วันอังคารของทุกอาทิตย์ก็จะมีกิจกรรมสอนน้องร้องเพลง พี่ๆเค้าก็จะมาสอนเราร้องเพลงต่างๆ
ทั้งของคณะและมหาวิทยาลัย ได้เจอพวกพี่ๆ ได้เข้าห้องรวงข้าว ที่ตองแรกเรียกว่าห้อง300
ไอ้เราก็นึกว่าห้องอยู่ชั้น3 ห้อง3 0 0 ที่ไหนได้...ห้องรวงข้าวกับห้อง 300 ห้องเดียวกัน(=_=)

วันเปิดโลกกิจกรรมไปเดินสมัครชมรมที่อาคารจักรฯ ไปหาพี่ที่เคยไปค่ายด้วยกันที่ชมรมโรตาแรค
พี่เค้าชื่อพี่เล็งอยู่คณะสถาปัตย์ฯ พี่เค้าก็ถามเราว่าเรียนคณะอะไร เป็นไงมาไง นู่นนี่นั่น
เราก็ถามว่า พี่คะ ชมรมนี้มีคณะเกษตรมั๊ยคะ? พี่เล็งตอบว่า อ้อ!มีซิ โอฬารมาดูน้องคณะแกหน่อยซิ!!!
เราก็...เอ๊ะ? โอฬารคุ้นๆแห่ะ หันไป แทบช๊อคล่วงเก้าอี้ ท่านพี่ประธานเชียร์
มายืนทำหน้าเข้มข้างเก้าอี้ที่เรานั่งอยู่ เก็บอาการได้เจ๋งมากพี่ หนูตกใจหมดเลย ว่าโผล่มาตอนไหน(-*-)
นอกเรื่องไปไกล....55 ต่อๆ

ตั้งแต่ประชุมเชียร์ครั้งที่ 2 ก็คือวันศุกร์ที่ 18 มิถุนายน เราก็ได้ใส่ชุดฟิลด์กัน
วันนั้นทุกคนเรียนBioกันแบบมีสมาธิมากกก..(ประชด!) ออกจากห้องกันตั้งแต่ยังไม่หมดชั่วโมง
สงสารอาจารย์อ่ะ อาจารย์เค้าคงตกใจ ออกกันไปไหนเกือบทั้งห้อง
ไปเปลี่ยนจากชุดนิสิตเป็นชุดฟิลด์ หลังจากได้สวมชุดฟิลด์ครั้งแรก !!!

"แม่ง โคตร เท่ เลย หว่ะ" ไม่เคยแต่งตัวแบบนี้มาก่อนในชีวิต รู้สึกว่าตัวเองแมนมาก เท่มาก
คณะเกษตรเดินออกจาก ศร.1 มาอย่างเท่ เดินเป็นกลุ่มๆ ใส่เสื้อแบบเดียวกัน
เด็กคณะอื่นก็มองแบบ งงๆ แบบว่าไอ้พวกนี้จะไปไหนกัน 555

การประชุมเชียร์ที่ผ่านไปแต่ละครั้ง...
มันเหมือนค่อยๆหล่อหลอมตัวเราให้มีความเป็นเกษตรมากขึ้นทีละนิดๆ
ทำให้เราผูกพันกับคณะ ผูกพันกับรุ่นพี่ พี่รหัสก็เอาหนังสือหนังหามาให้แบกกลับหอกันไม่หวาดไม่ไหว
ได้มาช่วยงานที่คณะ รู้สึกว่าตัวเองตัวติดกับคณะมากขึ้นทุกวันๆ

หลังจากการประชุมเชียร์ครั้งที่ 3 (25/06/53)ผ่านไป...
ก็เป็นวัน "เฟรชชี่เดย์-เฟรชชี่ไนท์" โดนนัดแต่เช้าอีกแล้วเช้ามากกก...
แต่ไม่เป็นไรเพราะเราใส่ชุดฟิลด์ เหมือนจะยอมได้เพราะชุดนี้ พี่นัดที่ประตูงามฯ 1
วิ่งไปที่ประตูพหลฯ หรือประตูใหญ่นั่นแหล่ะ เพื่อที่จะไปตักบาตร วันนั้นเด่นมาก
คณะอื่นใส่เสื้อเฟรชชี่KU70 คณะเกษตร ใส่ชุดฟิลด์!!
เพื่อนที่คณะอุตสาหกรรมเกษตรเดินมาบอกว่าเสื้อเท่มาก แน่นอนอยู่แล้ว 555

หลังจากวันเฟรชชี่เดย์-เฟรชชี่ไนท์ผ่านไปกับเสียงที่โดนพี่ตูนดูดหายไปกันเป็นแถบๆ
เราก็ได้มีโอกาสไปงานของพี่ๆปี 2-3-4 ภาควิชาสัตวบาล คืองาน Cowboy Night
ไปดูว่าสัตวบาลเค้าทำอะไรกัน ^^ ไปนั่งคุยกับรุ่นพี่ ซึ่งพี่ๆที่ไปก็ไม่ได้มีแต่ภาคสัตวบาลอย่างเดียว
ไปนั่งกินข้าว นั่งคุยกัน นั่งฟังอาจารย์กับพี่ๆร้องเพลง ปีหนึ่งไปกันแค่ไม่กี่คนประชากรน้อยนิดแต่อบอุ่น
พองานจบซึ่งน่าจะประมาณสองทุ่มกว่าๆแล้ว ก็ช่วยกันเก็บของ คุณเพื่อนกายของเราก็ขึ้นรถกระบะ
ไปกับรุ่นพี่... แล้วก็หายเงียบไปนานเลย ทำให้ประชากรหญิงที่จะเดินกลับหอพร้อมกับกายต้องรอ
และนั่นแหล่ะเป็นจุดเกิดเหตุที่ทำให้เราได้ฟังอะไรดีๆ 555
พี่เอ็มกับพี่เก็ตเดินมาจากไหนก็ไม่รู้ มาร้องเพลงซะงั้น 555 พี่เค้าต๊องกันสุดๆอ่า...ฮามากๆ
ไม่รู้ว่าพี่รู้กันรึป่าวว่ามีปีหนึ่งยืนมองพี่อยู่ห่างๆหลายคน !! พี่เอ็มกับพี่เก็ตแย่งกันร้องเพลงไปได้ 3 เพลงมั๊ง
กายก็มา เลยถึงเวลาที่เราต้องกลับหอกัน พี่เจเดินไปส่งเราขึ้นตะลัยที่ตรงทางแยก
ได้คุยกับพี่เจหลายเรื่องเลย พี่เจเป็นคนที่ดูดุๆ แต่ใจดี(เอ๊ะ ยังไง?) อุตส่าห์มายืนรอส่งเราตั้งนานกว่าตะลัยจะมา
ต้องขอบคุณพี่เจมากๆวันนั้น รักพี่เจที่ซู้ดดดดด :')) (ที่จริงก็รักพี่ทุกคนแหล่ะค่ะ อิอิ)

มาถึงการประชุมเชียร์ครั้งที่ 4 วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม เราออกไปสปิริตด้วยแหล่ะ ขาสั่นเลย (TT^TT)
"พูดอะไรไม่ได้ยิน !!!" "แน่ใจหรอคุณ !!" "เสียงมีแค่นี้หรอ !!" ขาสั่นๆ มือก็สั่นๆ
สมองก็สั่นด้วยเลย(=_=") เกือบจำภาควิชาไม่ครบแล้วมั๊ยเล่าพี่น้อง แต่ก็รอดจากการออกสปิริตมาได้ด้วยดี
หูย... ถ้ารู้ว่าออกไปแล้วรู้สึกดีอย่างงี้นะ ออกไปตั้งนานล่ะ!
การประชุมเชียร์ครั้งที่ 4 เป็นการประชุมเชียร์วันสุดท้าย เดาไว้แล้วหล่ะว่าต้องโดนอะไรที่ไม่ธรรมดา
เตรียมใจไว้เรียบร้อย !! แต่ที่ทำเนียบโดนกระชาก แล้วปลิวมาโดนหน้าเพื่อนที่นั่งข้างหน้าแทบช๊อค
แม่งโคตรตกใจ ตอนนั้นน้ำตามันซึมออกมาแล้วแต่ยังไม่ไหล แต่ตอนที่เรียกพี่ปีสองมาทำโทษนี่ดิ
พี่รหัสช้านนนนนนน !!! พี่รหัสมาด้วยอ่ะ คือแทบไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเลยตลอดระยะหนึ่งเดือนเวลาที่ผ่านมา
พี่เอ็กซ์ต้องมาเหนื่อย... ตอนที่เห็นพี่ๆลุกนั่ง น้ำตาจะไหล รู้สึกแย่มากอ่ะ
ทีนี้ก็โดนไล่กลับบ้าน ตัดรุ่น...เซ็ง+เศร้า กลับหอกันแบบสงบมาก เปลี่ยนชุดออกมากินข้าวที่บาร์ใหม่ว่า
เจอพี่ปี3-4 ไม่กล้ามองหน้ากันเลยทีเดียว เดินก้มหน้างุ๊ดๆเลย(=_=")

ในที่สุดโอกาสสุดท้ายของพวกเราก็มาถึงนั่นคือวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม คงไม่ลืมวันนี้ไปจนความจำเสื่อม
ประธานสวัสดิภาพ นัดที่ตึกคุณชวนชมตอน 6 โมง แล้วพี่ๆปี 2 ก็นัดให้มาตอนตี 5.30 น.
แต่เราไปถึงตั้งแต่ตี 5 เงียบกริบ มีเพื่อนในคณะนั่งหลับอยู่ตรงป้ายรถตะลัย 1 คน แอบน่ากลัว...
ดีนะ ไปกับรูมเมต เลยมีเพื่อนเดิน ไปหาอะไรกินที่ เซเว่น ศร.1 มหาลัยเงียบสุดๆ แต่มีคนมาวิ่งด้วย
ฟิตจริงๆ เค้าไม่กลัวมั่งหรอมาวิ่งตอนเช้าเนี้ย... เช้าวันนั้นฝนตกโปรยปราย
พอ 6 โมง ทุกคนหลบฝนอยู่ในตัวอาคาร ประธานสวัสดิภาพเดินมาถามว่า กลัวฝนมั๊ย?
แน่นอน วันนั้นสปิริตพุ่งแรงมากทั้งคณะ ไปนั่งตากฝนกัน เท่ไปเลย ท่าทางว่าต่อให้ฟ้าผ่าก็คงไม่กลัว

แล้วซักพักเราก็ไปไหว้สามบูรพาจารย์กัน ตอนวิ่งไปแอบหอบเล็กๆ ขาสั้นตามคนข้างหน้าไม่ค่อยทัน(=_=")
ตอนไหว้สามบูรพาจารย์อยู่แอบจำว่าท่านเรียงใครยังไงจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงจำ
รู้สึกดีมากที่ได้ไหว้สามบูรพาจารย์พร้อมๆกับคณะ เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมาไหว้สามบูรพาจารย์เลย

แล้วก็วิ่งไปฐานต่างๆ ซึ่งตอนเช้าจะเป็นฐาน AGGIE พยายามจะออกสปิริตทุกฐานนะ
ตอนเห็นพี่ฐานโดนทำโทษสะเทือนใจสุดนี่คงเป็นฐานที่สำนักทะเบียน พี่ต้นมานอนซับน้ำตรงเท้าเราเลยอ่ะ
ไม่อยากมอง น้ำตาจะไหล รู้สึกผิดชิบเป๋งเลย
"รักกันนักไม่ใช่หรอ ซํบน้ำให้น้องคุณนั่งซิ!"
"ปีหนึ่งดูซิ ปีสองเค้ารักคุณขนาดไหน หลบตาทำไม มองซิ!!"
มันเป็นอะไรที่เจ็บจริงอะไรจริง (=_=") ทำใจมองไม่ได้...
ฐานของภาคคหกรรมศาสตร์ก็ใช่ย่อย ต้องนอนให้สาหร่ายไชหน้า... แต่ก็เย็นดี(-*-)
ฐานพี่เก็ตตรงหอประชุมใหญ่ซิร้ายแรงสุด มีการมาบิ๊วอารมณ์ให้เราคิดถึงบ้านอีกนะ
ร้องไห้เลยอ่ะ แบบว่าร้องจริงๆเลยเพราะว่าอารมณ์ตอนนั้นคิดถึงบ้านมากๆ
ยังไม่ได้กลับบ้านเลย ทั้งๆที่บ้านก็อยู่ใกล้แค่สิงห์บุรีนี่เอง แล้วเป็นคนคิดเยอะด้วยดิ
พอคิดแล้วมันจะหยุดไม่ได้ มันจะคิดไปเรื่อยๆ แล้วน้ำตามันก็ไหลไม่หยุด
พี่ปี 2 เดินมาซับน้ำตาให้ หูย ซึ้งใหญ่ ร้องอีก(เวร -ู)...
แล้ววันนั้นเป็น ปจด. ฐานพี่เก็ตให้ไปนอนคลุกกับโคลน เค้าก็บอกว่าใครเป็น ปจด.ให้แยกออกมา
ไม่ให้ไปคลุกโคลนกับเพื่อน ให้มานอนตรงปูน แม่ง...อย่างเซ็ง!! ร้องไห้แม่งเลย (TT[]TT)
"ดูซิ เพื่อนคุณทำอะไร แล้วคุณมานอนอยู่ตรงนี้ สบายมั๊ย??" <--- ก็พี่ไม่ให้หนูลงอ่ะ
น้ำตาไหลเจิ่งนองมาก กับฐานตรงหอประชุมใหญ่ (=_=")
ตอนลุกขึ้นมาจากปูน ตรงที่เป็นส่วนหัวที่น้ำตาไหลลงไปน้ำท่วมเลย น้ำตาเยอะเกิ๊น...

พักกินข้าวกลางวันกันซักพัก... แล้วก็ไปลุยภาคบ่ายต่อ คือส่วนของ SOTUS
มาถึงก็เจอโคลนก่อนเลย... ซึ่งไม่ได้ไปคลุกอีกเช่นเดิม เซ็งชิบ....
ทำอะไรก็ทำไมค่อยได้ เพราะมันจะเปียกบ้าง ไม่ดีบ้าง แม่งหมดอารมณ์ร่วมสุดๆ
ไม่น่าเป็น ปจด. เล๊ยยยยยย...!! ช่วงบ่ายไม่มีฐานดราม่าเท่าไหร่ เพราะเค้าให้เราเก็บไว้ดราม่าช่วงเย็นเหอๆ

ณ ยามเย็น... พี่ๆเค้าก็พาเราวิ่งไปที่แปลงนา
พี่เก่งตะโกนตลอดทาง หน้าก็หล่อแต่โคตรดุเลย ตอนนั้นโคตรไม่ชอบหน้าพี่แกอ่ะ จะดุไปไหน(ว๊ะ)
พวกไม่สบาย กะเป็น ปจด. เป็นโรคประจำตัวอะไรประมาณนั้นก็โดนจับแยกไว้อีกเหมือนเดิม
ต้องไปยืนลุ้นเพื่อนๆ อยู่ที่ข้างๆ นา (TT-TT) ส่งใจไปเชียร์... ตอนชิงธงก็เฮๆกัน
จนรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆนั่นแหล่ะ พวกเราก็ดราม่ากันอีกครั้ง... กัน เพื่อนที่ยืนข้างๆ มันดันร้องไห้มากจนชัก
ชักคามือชั้นเลย อ๊ากกกก ตกใจร้องไห้เลย (TT[]TT) ไอ้กันเป็นอะไรอ่า... ไม่เคยเห็นคนชักอ่า...
แล้วกันมันก็โดนหามออกไป แล้วเราก็ร้องเพลงกันทั้งน้ำตา ดราม่าสุดๆ !!

ตอนที่จะวิ่งกลับไปคณะเพื่อจะไปขอโทษพี่ๆ ทุกๆคนวิ่งไปแบบสภาพไม่ไหวแล้ว...แต่ก็ฮึดสู้กันจนหยดสุดท้ายจริงๆ
พอผ่านหน้าอาคารวชิรานุสรณ์ เห็นพี่เข้าแถว"เฮ้ย อะไรวะหน่ะ พี่จะตะโกนด่าหนูต่อหรอคะ"(คิดงั้นจริงๆ)
แต่พอวิ่งไปถึง พี่เค้าปรบมือ ร้องเพลงให้เรา (TT[]TT) โฮๆๆ แม่งแกล้งกรู...(ไม่ใช่ล่ะ) ซึ้งงงง ซึ้งแบบ งงๆ
โคตรโกรธพวกพี่ๆอ่า.... ทำกันได้ !! ตอนลอดซุ้มดอกไม้ "ผลิช่อนนทรี AGGIE70" เห็นพี่เอ็มยืนอยู่แอบส่งจิตอาฆาตไปให้เล็กน้อย
แล้วในที่สุดเราก็ได้รับการบูมจากพี่ๆ

" A G G I E
GIE GIE GIE
HA HA HA
ZIM BA RAH REE
CHI CHI CHI
KASETSART...ROW
KASETSART...RAH
ZEE..........BOOM! "

งานช่วงกลางคืน ก็เฮฮาสนุกสนาน ปลดปล่อยกันเต็มที่ รั่วกันสุดๆเลยทีเดียว... พี่โหดแต่ละคน หมดกัน(=_=")
ช่วงผูกข้อมือบายศรี เป็นช่วงหนึ่งที่รอคอยมากๆ
ได้ผูกกะพี่ตูนคนแรก นั่งคุยเรื่องนู่นนี่จิปาถะ แล้วก็กวนประสาทพี่เก่งที่นั่งอยู่ข้างๆพี่ตูน55 ตามด้วยพี่ขลุ่ย
พี่เอ็กซ์ ซึ่งต้องโทรตาม 55 กว่าจะมาผูกได้ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะพี่รหัส ^^
พี่ปุ้ม นี่ก็ผูกแบบมึนๆ หน้าตาพี่ไม่น่าเรียนเก่งแต่ โคตรเก่งเลยอ่ะ ชื่นชมๆ
แล้วก็พี่จุ้ย บุคคลลึกลับที่รู้จักตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้ากัน 55+ ยังไงก็ขอบคุณนะคะพี่จุ้ยที่ผูกข้อมือให้เด็กมึนๆแบบพิมพ์55 จะบอกว่าตอนที่พี่จุ้ยหยดเทียนใส่ข้อมือแอบตกใจเพราะพี่คนอื่นเค้าไม่หยดกัน ร้อนนนน(=[]=")

ส่วนเหรียญรุ่นAGGIE70ได้รับจากพี่ตู้ พี่ตู้นี่ก็เคยคุยกันตอนยังไม่เปิดเทอม
พี่ทำให้หนูเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันซะแล้วด้วยตอนแรกอ่ะ
ยังไงก็ขอบคุณพี่ๆมากๆที่ให้เหรียญรุ่น และสร้างความเป็นรุ่นให้กับพวกเรา ^^

คืนนั้นหลังจากช่วยพี่ๆเก็บเสื่อ พี่เจก็ไปส่งขึ้นตะลัย กลับถึงหอเที่ยงคืนกว่าได้...ถึงหอปุ๊บฝนเทกระจาดแบบสุดๆเลย...วิ่งขึ้นหอตัวเปียกกันเป็นแถว แต่ก็อาบน้ำนอนอย่างมีความสุข (แต่บางคนก็ไม่อาบ 55+)

พอวันอาทิตย์ตื่นมาเกือบเที่ยงแบบ งงๆ แล้วก็ไปห้องสมุด นั่งทำงาน... พอบ่ายๆไม่รู้นึกยังไง เดินไปนั่งใต้คณะกับลุงยาม 2 คน 555+ คิดถึงคณะแบบบอกไม่ถูกจริงๆ นั่งตั้งแต่ประมาณ 4 โมงจนถึง 6 โมงเย็น ก็สวัสดีคุณลุงยามแล้วก็กลับหอ... จบแล้วอ่ะ :'P
 

สุดท้ายนี้....

AGGIE70 จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าเราไม่สามัคคีกัน ไม่รู้จักคำว่ารุ่น และที่สำคัญคือรุ่นพี่
ระยะเวลาที่ผ่านมาแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แค่ 1 เดือน แต่ก็เป็นอะไรที่คุ้มค่า สิ่งที่พี่ๆทำให้เรา ถึงแม้มันจะเป็นเพียงละครฉากหนึ่ง ที่มีบทเดิมๆทุกๆปีเพียงแต่เปลี่ยนตัวแสดง แต่ละครฉากนี้ต้องสละแรง สละเวลา สละหลายๆอย่างเพื่อให้ละครฉากนี้จบลงด้วยดี พวกพี่ๆต้องเสียสละหลายๆอย่างเพื่อพวกเรา พี่ๆต้องทุ่มเทท่องบท กลั้นใจไม่ให้แสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมา ทำหน้าโหดใส่พวกเราตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้พวกเราอาจจะเข้าใจได้เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นว่าพี่ๆลำบากกันขนาดไหน กว่าเราจะเข้าใจอย่างแท้จริงก็คือตอนที่พวกเราจะกลายเป็นพี่ในอีก 4 ปีข้างหน้า หากไม่มารับรู้ด้วยตัวเอง ก็ไม่มีวันรู้ว่า การรับน้อง มีไว้เพื่ออะไร ทำไปทำไม จุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร... อย่างที่เขียนไว้ในสมุดเพลงเชียร์ว่า "การประชุมเชียร์ ทำไมถึงเป็นประเพณี ทำไมน้องใหม่ทุกรุ่นต้องผ่านประเพณีนี้ ความสำคัญของการประชุมเชียร์ อยู่ที่ตัวน้อง และตัวเพลง" ถ้าเราไม่ใช้ใจ เราก็ไม่มีวันรู้และไม่มีวันเข้าใจว่าทำไมพี่ๆเค้าต้องให้เรามาเหนื่อย มาลำบาก สิ่งเหล่านี้มันสอนเรา ให้เรามีความแข็งแกร่ง รักในความเป็นรุ่น รักในความเป็นเกษตร

พิมพ์ ไม่มีคำพูดอะไรซึ้งๆที่จะพูด สิ่งที่เขียนมาด้านบนล้วนเขียนมาด้วยความรู้สึก ด้วยใจ สิ่งที่พี่ๆส่งต่อมาให้ พิมพ์จะเก็บรักษามันไว้ และส่งต่อให้น้องในอีก 2-3-4 ปีข้างหน้า ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่ได้สั่งสอน และดูแลพิมพ์และเพื่อนๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า ขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่ AGGIE70 ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่พี่ๆสละแรงและเวลาให้ เพื่อพัฒนาคณะเกษตร การเกษตรของชาติต่อไป :')

 

ถึงเกษตรด้วยรักตลอดไป... พิมพ์ชนก AGGIE70

อาทิตย์ที่สาม ณ มก.

posted on 30 Jun 2010 23:24 by pimmiemiz

นี่ก็เข้าอาทิตย์ที่สามแล้ว... เริ่มออกอาการคิดถึงบ้านแบบน้ำตาแทบไหล

หลังจากที่รู้ว่าไม่ได้กลับบ้านในวันเสาร์ที่แล้ว วันพุธที่แล้วแม่กับพ่อก็เลยขับรถมาหาซื้อของมาให้ที่จริงสิงห์บุรีกับกรุงเทพฯก็ไม่ไกลกันมากหรอก นั่งรถตู้แปปเดียวก็ถึง แต่พ่อกับแม่ก็งานยุ่งพอตัวอยู่

เมื่อวันพุธที่แล้วก็พาเพื่อนๆในกลุ่มไปสวัสดีพ่อกับแม่ เพราะพ่อกับแม่จอดรถรอที่อาคารวชิรานุสรณ์ก็เลยเดินจากใต้คณะไปหา ก็ไปเอาของแล้วก็ไปสวัสดี อารมณ์ตอนนั้นยังไม่เท่าไหร่เพราะเพื่อนเดินมาด้วย

แต่พอเดินไปคนเดียวอีกรอบเนี่ยซิ! คือรอบแรกแม่ลืมหยิบขี้ผึ้งติดเหล็กดัดมาให้ แล้วเลยให้เดินไปหาอีกรอบ

ตอนนั้นเดินไปยังอารมณ์ชิวๆอยู่ แต่พอเอาขี้ผึ้งเสร็จแม่กับพ่อขับรถออกไป เราก็เดินจากหน้าคณะสังคมกลับมาที่คณะเกษตร อยู่ๆน้ำตามันก็มาจากไหนไม่รู้ อยากขึ้นรถกลับบ้านไปกับแม่ซะตอนนั้นเลย แต่ก็แค่คลอๆ...อดทนๆ!!

เรื่องดราม่าเล็กๆน้อยๆผ่านไป(ที่จริงดราม่าไว้เยอะ 55)

เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไม่ได้กลับบ้าน ที่มหา'ลัยมีงานวันพัฒนามหาวิทยาลัย (เฟรชชี่เดย์-เฟรชชี่ไนท์) เลิกดึกเลย ตื่นเช้าด้วย แต่เป็นกิจกรรมที่สนุกสุดๆ เท่สุดๆ เหนื่อยสุดๆ ที่สำคัญ ตื่นมาตอนเช้าปวดสุดๆ!

เอาไว้จะมาเล่าในเอนทรี่หน้า(เอาไว้อ่านเองชัดๆ 55)

มาถึงวันจันทร์ของอาทิตย์นี้ ดูเหมือนว่าเพื่อนที่เรียนsecเดียวกันหลายๆคนดูจะเดินขึ้นบันไดช้าขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจาก ผลข้างเคียงจากวันเฟรชชี่เดย์-เฟรชชี่ไนท์ บางคนก็โดนดูดเสียง เสียงหายกันเป็นแถบ(=_=") จุ๊งสุดๆ (55) เรียนเคมีนั่งสัปหงกกันเป็นแถบ

วันจันทร์แม่มาหาอีกรอบนึงแอบแว่บไปตอนเที่ยงหายไปเซ็นทรัลลาดพร้าวกับพ่อกับแม่แล้วก็พี่ชาย เพิ่มกำลังใจในการใช้ชีวิตนิสิตก่อนที่จะกลับไปเรียนต่อตอน 14.30 ซึ่งเข้าสายอะ แหง่วววว เดินน้ำตาคลอเบ้าเข้าไปเรียน (55) คิดถึงบ้านนี่หว่าให้ทำไง แต่ว่าตั้งแต่มาอยู่ก็ยังไม่เคยร้องไห้แบบน้ำตาไหลพรากๆซะทีมีแต่คลอๆ แล้วก็ไหลตอนนอนนั่นแหล่ะ แต่พอมานึกๆดูบางคนเค้ามาไกลกว่าเราเค้ายังทนได้เลย แค่นี้จิ๊บๆ (แงT-T)

วันอังคาร...ก็เรียนแล้วก็มีกิจกรรมตอนเย็นเล็กน้อย สอนน้องร้องเพลง(พี่จุ้ย อิอิ) ดูเพื่อนซ้อมโต้วาที แล้วก็ไปงาน Cowboy Night ของภาควิชาสัตวบาล ไปลองโยนบ่วงคล้องโคมา ก๊อซซซ... ยากอ่ะ งานนี้ปีหนึ่งไปกันแค่ไม่กี่คนเอง ประชากรน้อยนิด ตัวลีบเลย (TT-TT) ปกติก็ลีบอยู่แล้ว (55) ยังไม่ค่อยรู้จักรุ่นพี่ เลยไม่ค่อยกล้าคุยกับใคร อิจฉาเพื่อน เพื่อนมันเป็นคนเข้าหาคนอื่นง่าย เลยได้ไปนู่นไปนี่ ทำไงจะเป็นแบบมันได้มั่ง(=_=) รึเป็นตัวเองเนี้ยแหล่ะดีแล้ว?? งง ซึนฯ วันอังคารก็กลับหอตั้ง 3 ทุ่มพี่เจเดินไปส่งขึ้นรถตะลัยพร้อมเพื่อนๆที่หอ :'))

ส่วนวันนี้มันส์มาก!! เรียน 8 โมงเลิก 6 โมงครึ่ง !! ไม่ได้ไปดูเพื่อนโต้วาทีเสียใจ(TT^TT) ต้องติวคณิตกับอาจารย์ ห้องรวงข้าวแอร์หนาวมาก !!!! ไม่อยากขยับตัวเลยทีเดียว ตอนกลางวันไปขอลายเซ็นพวกพี่ๆมา สนุกดี พี่ๆน่ารัก :')) (ไม่ได้ประชดนะ พูดจริงๆ) ได้ร้องเพลงกับเพื่อนๆ ได้รู้จักกับพี่ๆ ที่จริงการขอลายเซ็นเนี้ยก็เป็นแนวทางการหาข้ออ้างเข้าหารุ่นพี่ที่เราอยากรู้จักแต่ไม่รู้จะไปคุยอะไรด้วยอย่างนึงเหมือนกันนะ เพราะกับพี่หลายๆคนพิมพ์รู้สึกว่าพี่เค้าน่ารักดี อยากรู้จัก แต่ไม่กล้าเข้าไปคุยก็เลยเดินเข้าไป "พี่ขา...ขอลายเซ็นหน่อย" (55) หลังจากนั้นเราก็จะจำพี่เค้าได้ขึ้นใจ :) ถึงพี่เค้าจะจำเราไม่ค่อยได้ก็เถอะ(=_=")

ที่จริงรู้สึกว่าตัวเองคุยกับพี่รหัสตัวเองน้อยมาก...ไม่รู้จะคุยอะไร อาจจะเพราะพี่เค้าเป็นผู้ชายแล้วใช้ชีวิตคนละแบบด้วยหล่ะมั๊ง เลยหาเรื่องคุยไม่ได้ เวลาเจอ(ซึ่งก็นาน น๊านที.)ก็ได้แต่ พี่ สวัสดีคะ! แล้วก็จบอนาถแค่นั้น(T-T) พี่คะคุยกะหนูบ้าง...หนูไม่กัดจริงๆนะคะ แต่พี่เค้าคงอาจจะคิดเหมือนกับเรา ที่ว่าไม่รู้จะคุยอะไรด้วยอะนะก็ว่าไป...

นอนดีกว่าพรุ่งนี้สอบย่อยคณิต เรียน 8 โมงอีก ฮ้าวววว...พรุ่งนี้วันพฤหัสฯแล้ว !!

อาทิตย์นี้ก็ไม่ได้กลับบ้านอีกแล้ว !! คิดถึงนะ บ้าน :')