สุดท้าย(เรียงความ)

posted on 09 Sep 2009 20:46 by pimmiemiz
สุดท้าย

                ในชีวิตการเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หลายๆคนตั้งอกตั้งใจเรียนเพื่อที่จะทำผลการเรียนให้ออกมาเป็นที่น่าพอใจ หลายๆคนตั้งอกตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อนความรู้ที่ได้ไปใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือคณะที่ตนเองใฝ่ฝัน หลายๆคนทำงานที่ตัวเองดองไว้ตั้งแต่ต้นเทอมจนไม่ได้สนใจสิ่งที่คุณครูสอนบนกระดาน แต่ในหลายๆคนนั้นจะมีใครได้ทันนึกบ้างมั๊ยนะ? ว่าชีวิตการเรียนมัธยมปี”สุดท้าย”ใกล้จะจบลงอย่างช้าๆ แต่เร็วจนน่าใจหาย

                ชีวิตการเรียนมัธยม รุ่นพี่หลายๆคนบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าเก็บเอาไว้ในความทรงจำมากที่สุด และรู้สึกเสียดายที่ใช้ชีวิตช่วงมัธยมไม่คุ้มค่าเท่าใดนัก เพราะเมื่อขึ้นมหาวิทยาลัยไป จะไม่มีสิ่งที่ได้ทำตอนมัธยมอีกแล้ว ชุดนักเรียนกางเกงน้ำตาลขาสั้น กระโปรงน้ำเงินยาวคลุมเข่า กับเสื้อนักเรียนที่ตรงหน้าอกด้านขวาปักว่า พบ. กับเข็มสัญลักษณ์ของโรงเรียนที่เราภูมิใจนักหนาที่ได้ติดเมื่อตอนอยู่ม.4 การเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ไหว้พระ ตากแดด หรือการโดนตรวจผมตอนเช้าที่แล้วแต่ดวงชะตาว่าห้องไหนจะเป็นห้องผู้โชคดี การนั่งลอกการบ้านเพื่อนตอนเช้าอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจะได้ส่งทันเวลา การเดินเถลไถลในช่วงเปลี่ยนคาบเรียนจนเข้าห้องเรียนสาย หรือโดดเรียนไปเตะฟุตบอล นั่งทำรายงานกันเป็นกลุ่ม กินข้าวกลางวันด้วยกัน เดินออกนอกโรงเรียนด้วยกัน ขึ้นรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน เก็บขวดขายเอาเงินเข้าคณะสีถึงขนาดที่ต้องคุ้ยเก็บขวดในถังขยะพวกเราก็ไม่อาย แต่กลับคิดว่าเป็นสิ่งที่สนุกสนานที่เราได้ทำร่วมกัน และเวลาที่เราจะได้ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ร่วมกันกำลังจะจบลง...

                สิ่งที่กำลังจะมาถึงคือ ชุดนิสิต นักศึกษา กระโปรงพลีทที่หลายๆคนอยากใส่ กางเกงสีดำขายาว กับเข็มตรงอกที่เปลี่ยนจาก พบ. เป็นเข็มที่เป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน ทรงผมที่แปลกตา และเพื่อนใหม่... คุณครูคนใหม่ที่เราต้องเรียนกท่านว่าอาจารย์ วิชาใหม่ๆที่เราจะได้เรียน จากโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยก็จะเปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัยอาจจะเป็น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฯลฯ สายวิทย์-คณิต ศิลป์-ภาษา ศิลป์-คำนวณ ไทย-สังคม ฯลฯ ก็จะเปลี่ยนเป็นคณะแพทยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชี คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ฯลฯ  กิจกรรมต่างๆที่ต้องพบเจอทั้งการรับน้องของมหาวิทยาลัยและคณะ การประกวดดาว-เดือนของคณะ เปลี่ยนสถานะจากพี่ใหญ่ของโรงเรียนเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งของมหาวิทยาลัย สิ่งเหล่านี้จะเริ่มต้นขึ้นในมหาวิทยาลัย...

                ในปีสุดท้ายของการใช้ชีวิตการเรียนที่โรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษที่มีชื่อว่า โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย มีคุณครู เพื่อนๆและน้องๆร่วม 4000 คน พี่รหัสน้องรหัสที่เคยยกมือไหว้กัน เพื่อนร่วมชั้นที่เดินกอดคอ วิ่งเล่น ทำรายงาน ทำโครงงาน กินข้าวด้วยกัน หลวงพ่อขาวที่เราเคารพนับถือเป็นที่พึ่งทางใจโดยเฉพาะเวลาสอบของใครหลายๆคน สนามบาสเกตบอล สนามฟุตบอลที่เราได้พบเพื่อนต่างห้อง โรงอาหารกับโต๊ะที่นั่งกันประจำ ป้าร้านข้าวแกง รถเมล์สีส้ม ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ จะอยู่ในความทรงจำของพวกเราทุกคน...

                สุดท้ายเมื่อวันปัจฉิมมาถึง อาจจะมีน้ำตาบ้าง แต่มันไม่ใช่น้ำตาของความเสียใจ แต่เป็นน้ำตาของความยินดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเราได้มีเพื่อนที่รัก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอด 3 ปี ถึงแม้ว่าจะต้องห่างไกลกันซักแค่ไหน แม้ว่าอนาคตที่เลือกเดินจะเป็นเส้นทางใด สุดท้ายแล้วเพื่อนก็คือเพื่อน... ขอสัญญาว่าจะรักและเป็นเพื่อนกันตลอดไป...

 

วันที่ 22 มิถุนายน 2552

ทางหมวดวิชาสังคมศึกษาของโรงเรียนได้สั่งให้เด็กม.6ทุกคนทำโครงการนี้

แรกๆที่เริ่มทำโครงการก็คืดว่าทำไมไม่ให้ทำตอนม.5ว้าาาา... ม.6จะอ่านหนังสือ
แต่สุดท้ายทุกคนก็ช่วยกันทำคนละไม้คนละมือจนสำเร็จลงจนได้ด้วยดี

รถออกจากโรงเรียนพิบูลวิทยาลัยไปยังโรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้นเวลาประมาณ 7 โมง
โดยรถที่เราใช้โดยสารเป็นรถของค่ายทหาร(ต้องขอขอบคุณพี่ทหารมากที่มาขับรถให้)
ถึงโรงเรียนพวกเราก็ไปเข้าแถวเคารพธงชาติกับน้องๆ

สิ่งที่พิมพ์ตกใจมากก็คือ น้องๆ สวดมนต์ยาวกันค่ะ
เพราะปกติที่โรงเรียนพิมพ์จะสวดแค่บทสั้นๆ แล้วหลังจากสวดมนต์เสร็จ
น้องๆ ก็ออกกำลังกายกันต่อ ตกใจอีกแล้ว โรงเรียนเราไม่มี!!(-  -")
แต่จำได้ว่าสมัยก่อนตอนเรียนประถมก็ต้องเต้นตอนเช้าก่อนเข้าเรียนเหมือนกัน
เหมือนย้อนอดีตเลย....(โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่มีแค่ อนุบาล-ประถมค่ะ)

หลังจากทำกิจกรรมหน้าเสาธงเรียบร้อยผู้อำนวยการโรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้นก็ออกมากล่าวเปิดงาน
หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปเป็นกลุ่มๆทำหน้าที่ของแต่ละคน

หน้าที่ของพิมพ์คือ เป็น"ตากล้อง"ค่ะ หัวหน้าเค้าคงไม่รู้จะให้พิมพ์ทำอะไร55+
แต่ที่จริงพวกเราก็แอบมาพัฒนาโรงเรียนกันในวันเสาร์-อาทิยต์ที่ผ่านๆมากันแล้วหล่ะคะ(^^)

ส่วนเพื่อนๆคนอื่นในกลุ่มของพิมพ์ก็ไปคุมเด็กอนุบาล
เพื่อนในกลุ่มค่อนข้างจะเป็นเด็กเรียนมาก แต่พอไปแอบดูมันเล่านิทานให้เด็กๆฟัง
ว้าว...... อึ้ง ทึ่ง พูดไม่ถูก ทำไปได้ อิอิ

วันนี้เพื่อนบางคนที่ทะเลาะกันก็คุยกันแล้ว น่าดีใจ...

น้องๆที่โรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้นน่ารักมาก(^^) ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี

พวกเราได้ไปสร้างห้องเรียนให้น้องๆ ทำแปลงเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ทำบ่อปลา
ไปให้ความรู้และความสนุกสนาน เอาสิ่งของไปให้ ปรับปรุงพื้นที่โรงเรียน

สิ่งที่พวกเราทำให้กับโรงเรียนวัดโพธิ์เก้าต้นนี้ซึ่งทั้งโรงเรียนมีเด็ก 70 กว่าคน
เด็กบางคนพ่อ-แม่ทิ้งไว้ให้อยู่กับปู่-ย่า ตา-ยาย บางคนไม่มีพ่อบ้าง ไม่มีแม่บ้าง
มันอาจจะเป็นเพียงสิ่งเล็็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ของใครบางคน

ตอนนี้เรารู้แล้วว่า....ทำไมจึงต้องมีโครงการนี้
รอยยิ้มของน้องๆ ทำให้เราหายเหนื่อยได้จริงๆ

โครงการนี้ ทำให้เรารู้จักความสามัคคี
โครงการนี้ ทำให้เรามีความอดทน
โครงการนี้ ทำให้เรารู้จักการให้
โครงการนี้ ทำให้เราได้รู้จักเพื่อนของเรามากขึ้น

และอื่นๆอีกมากมายที่เราไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้....

 

เต้นๆ ออกกำลังกายก่อนเข้าเรียน

น้องคนนี้ร้องลิเกเก่งมากเพราะสุดๆเลย!!

พี่พาน้องแว๊นค่ะ(- -")

ข้างล่างเด็กอนุบาลค่ะ ชอบให้พิมพ์ถ่ายรูปให้เค้ามากๆเลย
เวลาจะให้พิมพ์ถ่ายให้เค้าจะเดินมาสะกิด
แล้วชี้ที่กล้อง โดยไม่เอ่ยคำใดออกมาทั้งสิ้น(- -")

(ข้างล่าง)ขณะทำกิจกรรมที่พี่ๆจัดไว้ให้

รูปรวมหน้าป้ายโรงเรียน(สรุปไม่มีรูปพิมพ์ซักรูป(- -") )

แถมน้องหมูป่าที่โรงเรียนเลี้ยงไว้อีก 2 ตัว
น่ากลัวใช่มะล๊าาา

ปล.รูปที่เอามาลงเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่จริงถ่ายไป 600 กว่ารูปค่ะ(- -")

ชีวิต"ม.6"

posted on 14 Jun 2009 07:27 by pimmiemiz
ตอนนี้ที่โรงเรียนก็เปิดเทอมมาได้ซักพักแล้ว
(เกือบ 1 เดือน=_=")
 
1 เดือนที่ผ่านมา เริ่มรู้สึกชินๆกับชีวิตม.6แล้ว
 
เช้าพยายามตื่นให้ทันไปขึ้นรถเมล์
ถึงโรงเรียนรีบวิ่งไปเข้าแถว
น่องเริ่มกล้ามขึ้นเพราะเดินเรียน
เทียบกับตอนปิดเทอม...ก็สุขภาพจิตดีกว่า
แต่กลับบ้านมานี่สลบเหมือด
 
ตอนเที่ยงๆ กินข้าวที่โรงเรียน
มีความสุข
เทอมนี้ตารางสอนดีมาก วิชาก่อนคาบพักกลางวัน
เป็นวิชาสบายๆ ยกเว้น 1 วัน*
 *ชีวะอาจารย์โฮมรูมสอน ปล่อยช้า(โหดร้ายยยTT^TT)
 
ตอนเย็นบางวันก็ช่วยเพื่อนเก็บขวด*
*ที่โรงเรียนมีโครงการธนาคารขวดเปล่า
แต่ส่วนใหญ่จะรีบกลับบ้านมากกว่า
กลับถึงบ้านก็นอน55+
 
แล้วเนื่องจากม.6ต้องทำหน้าที่คุมกีฬาสี
แล้วประธานคณะสีก็อยู่ในห้องนี่เอง
ห้องก็เลยวุ่นๆกับการจัดระบบของคณะอย่างมากมาย
 
แล้วยังมีโครงการพี่สู่น้อง*ที่ต้องทำอีก
โครงการนี้ก็ต้องระดมเงินพอสมควร
ไปเปิดหมวกบ้าง ถือกล่องรับบริจาคบ้าง
ก็สนุกดีเหมือนกัน
 
เพื่อนบางคนก็ไปช่วยจัดบริเวรโรงเรียนที่จะไปทำโครงการ
ในวันเสาร์อาทิตย์ก่อนที่วันจริงจะเริ่ม(22 มิ.ย. 52)
 
ประสบการณ์ชีวิต ม.6 หนึ่งเดือนที่ผ่านมา
รู้สึกว่าตัวเองจะมีความรับผิดชอบมากขึ้นเยอะเลยแห๊ะ!
 
กลับบ้านมาก็พยายามจะไม่เล่นคอม
ม.6 แล้วต้องอ่านหนังสือ แต่เวลามีงานที่ต้องใช้คอมทำทีไร
ก็เผลอเล่นทุกที(แย่ๆๆ)
 
คะแนน GAT-PAT รอบที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยดี
ถึงขึ้นแย่เลยฮ่ะๆ
 
จะสอบรอบที่ 2 เกือนกรกฎาคมนี่แล้ว
ยังอ่านหนังสือไปไม่ถึงไหนเลย
 
วันที่ 27-28 มิ.ย. นี่ก็ต้องไปสอบความถนัดที่จุฬาฯด้วย
 
คงต้องฟิตต่อไป
ไอ้พิมพ์สู้ๆ