แลคโตบาซิลัส(Lactobacillus)เป็นแบคทีเรียที่มักจะนำมาใส่ในผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว โยเกิร์ตต่างๆประโยชน์ของแบคทีเรียน่ารักน่าเลียชนิดนี้ก็มีอยู่มากโขทีเดียว
แล้วทุกท่านรู้รึป่าว... ประวัติของมันเป็นยังไงหว่าาา...

วันนี้ ไปเรียนชีวะมา...เรียนเรื่องการหายใจระดับเซลล์(Cellular respiration)
สงสัยหล่ะซิ ว่ามันเกี่ยวอะไรกับแลคโตบาซิลัส ทั้งๆที่ไอ้การหายใจระดับเซลล์เนี้ย
มันเกี่ยวกับการสลายอาหารเพื่อให้เกิดเป็นพลังงาน

จะขอเกริ่นเรื่องการหายใจระดับเซลล์ซักเล็กน้อย
เนื่องจากว่า การหายใจระดับเซลล์สามารถแบ่งได้เป็น ๒ แบบคือ
๑.การหายใจแบบใช้ออกซิเจน(Aerobe)
๒.การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน(Anaerobe)

ซึ่งเราจะไม่พูดถึง Aerobe เพราะมันไม่เกี่ยวกับ แลคโตบาซิลัส ฮ่าๆ

กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับแลคโตบาซิลัสก็คือ Anaerobe หรือ การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน
ซึ่งกระบวนการนี้ก็แบ่งได้อีก ๒ ขั้นตอนก็คือ Glycolysis และ Fermentation

ซึ่งเราก็จะพูดถึง Fermentation ว่าแบ่งได้อีก ๒ รูปแบบ คือ  Alcohol และ Lactic ซึ่งเราจะพบ Lactic ได้บ่อยๆในพวก เซลล์กล้ามเนื้อลาย และ แลคโตบาซิลัส

 

อ่านประโยชน์ของแลคโตบาซิลัสกันดีกว่า

เอ๊ะๆ!!! อย่าเพิ่งเลื่อนลงข้างล่างนะ ไม่มีอะไรในกอไผ่ หรอกจริง จริ๊ง!!!

๑. ช่วยในระบบการย่อยอาหาร เนื่องจากแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสจะช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตสในผลิตภัณฑ์จำพวกนม ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดภาวะที่มีปริมาณแลคโตสมากเกินไปและช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในคนที่ไม่สามารถย่อยนมได้ แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมสารอาหารที่ลำไส้และช่วยกระตุ้นการบีบตัวของทางเดินอาหารที่เป็นกลไกตามธรรมชาติ ทำให้อาหารเคลื่อนผ่านสู่ลำไส้ได้ดีขึ้น

๒. สร้างวิตามิน  แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสสามารถสร้างวิตามินบีและวิตามินเค

๓. สร้างสารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย แบคทีเรียชนิดนี้จะช่วยสร้างกรดไขมันจำเป็นหรือกรดไขมันชนิดที่มีสายโมเลกุลสั้น ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อเซลล์บริเวณลำไส้

๔. กระตุ้นระบบภูมิต้านทาน  แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสจะยับยั้งการเติบโตของของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและเชื้อรา เนื่องจากแบคทีเรียประเภทนี้จะทำให้บริเวณลำไส้มีสภาวะเป็นกรดซึ่งแบคทีเรียที่เป็นอันตรายไม่สามารถอยู่รอดได้ นอกจากนี้แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสยังสร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ

๕. ต้านสารก่อมะเร็ง แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง ทำให้สารดังกล่าวไม่สามารถทำอันตรายกับเซลล์ร่างกายได้อีก และLactobacillus  bulgaricus ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่นิยมเติมในโยเกิร์ตนั้นมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็งได้ดี นอกจากนี้แบคทีเรียแลคโตบาซิลัสยังสามารถจับโลหะหนักและกรดน้ำดีซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้ ตลอดจนสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ผลิตสารไนเตรต (ไนเตรตเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง) และแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสยังทำปฏิกิริยากับสารฟลาโวนอยด์ทำให้เกิดสารธรรมชาติที่สามารถต้านมะเร็งได้ดี

๖. ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ เนื่องจากแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสช่วยควบคุมระดับคลอเลสเตอรอลและกลีเซอไรด์ในกระแสเลือด การรับประทานโยเกิร์ตเป็นอาหารเช้าจะช่วยทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากในโยเกิร์ตมีกรดอะมิโนไทโรซีนปริมาณสูงซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท และมีกรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะสงบในปริมาณน้อย  การเติมน้ำมันเมล็ดปอ(ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อสมอง) หรือพวกถั่ว(เป็นแหล่งของโปรตีนและช่วยรักษาระดับน้ำตาลในกระแสเลือด) ลงในโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหาร  ซึ่งจะช่วยให้พัฒนาการทางสมองของลูกน้อย(?)เป็นไปได้ดียิ่งขึ้น

 

ต่อจากตรงนี้ผู้ชายไม่ควรอ่าน ข้ามไปตรงคอมเม้นเลยฮ่าๆๆ
แต่จะอ่านก็ได้นะคะ แต่จำไว้ว่าเราเตือนคุณแล้ว!!!

 

ที่อยากเขียนเอนทรีนี้ก็ไม่มีเหตุจูงใจอะไรมากค่ะ เมื่อหลายๆวันก่อน เข้าไปอ่านตามเว็บบอร์ดมา

แล้วไปเจอกระทู้ที่ถามเกี่ยวกะการดูแลจุดซ่อนเร้น(ตรงนั้นอ่ะแหละ) เลยคลิ๊กเข้าไปดู
หลายๆคนก็ไม่รู้ ว่าควรจะดูแลยังไง ใช้อะไรล้าง ซึ่งเท่าที่พิมพ์ไปแอบๆอ่านดู....

ก็มีคนบอกว่าให้ล้างน้ำเปล่า ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น หรือสบู่ อะไรประมาณนี้
ก็หลายคนหลายความคิดเห็นหน่ะนะ

แต่วันนี้ไปเรียนมา อาจารย์เค้าบอกว่าตรงช่องคลอดจะมีแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสอยู่
แล้วถ้าหากว่าเราไปใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตรงนั้นมากๆเนี้ย มันก็จะทำให้แลคโตบาซิลัสม่องเท่งอ่ะคะ
แล้วก็จะเกิดการติดเชื้อบริเวณนั้นได้ง่าย เพราะอย่างที่บอกประโยชน์มา แลคโตบาซิลัสช่วยกระตุ้นระบบภูมิต้านทาน ดังนั้นลองคิดดูซิค่ะ ถ้าแบคทีเรียอื่นก็จะมาลั่นล้าแทนที่แลคโตบาซิลัส.....ที่นี้หล่ะ ว่ะฮ่าๆๆๆๆ!!!!

อาจารย์เค้าก็เลยบอกว่าให้ใช้แค่น้ำเปล่าล้างก็พอแล้ว แล้วก็รู้จักรักษาความสะอาด ประมาณเนี้ยแหละค่ะ
เลยอยากจะเอามาเล่าให้ฟังกัน เพราะถ้าเกิดว่าตรงนั้นเกิดติดเชื้อขึ้นมา เดี๋ยวจะลำบากทั้งเราทั้งหมออ่ะค่ะ
ฮ่าๆๆ

แถมรูปสิ่งมีชีวิตในช่องคลอดกันหน่อยยย ฮ่าๆ

ปล. เป็นการทบทวนบทเรียนแบบหนึ่งหน่ะคะ อิอิ ก็อยากเล่นคอมแล้วก็อยากอ่านหนังสือด้วยนี่นา ฮ่าๆๆ

แหล่งที่มา : ไฟล์DOC จาก google
ขอขอบคุณ : เจ้บีม

Comment

Comment:

Tweet

confused smile confused smile big smile

#27 By sqrt (171.7.161.129) on 2013-08-24 23:42

อยากได้เมล ! PimmieMiz จัง ^^

#26 By ปลาทู (182.52.146.187) on 2012-02-25 09:03

เป็นการใช้เทคดนโลยีให้มีปรพดยชน์มากค้ะ : )

#25 By adcharee (223.206.204.204) on 2012-01-15 21:03

มีประโยชน์มากๆเลย ^^

#24 By ponlawut (113.53.137.107) on 2011-02-06 22:28

ทบทวนแบบนี้ ดีมากครับ สนับสนุน

#23 By (110.164.36.239) on 2010-12-24 23:17

ขอรายละเอียดที่เกี่ยวกับลักษณะเด่นของแลคโตบาซิลัสด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะconfused smile

#22 By fon (125.24.164.17) on 2010-09-14 19:04

ขอบคุง สำหรับข้อมูลดีๆ ที่กำลังสงสัย ครับ ก่อนนี้กำลังคิดว่าจา เริ่มดื่มเป่งประจำดีมั้ย ตอนนี้ฟันธงว่าต้องดื่มตลอด ทุก ๆ วัน ละ

#21 By pong2522 (118.173.51.252) on 2010-08-18 02:27

#20 By (110.164.224.231) on 2010-06-16 18:40

#19 By (110.164.224.231) on 2010-06-16 18:40

มีสาระและ ประโยชน์มากเลยทีเดียวจ้ะ

ได้ความรุ้เรื่องชีววิทยาด้วย

#18 By ของเล่น (61.90.120.133) on 2010-03-31 21:50

แบคทีเรียมีประโยชน์จริงๆembarrassed

#16 By ลูกนก (119.42.86.221) on 2009-12-03 14:49

ภาษาอังกฤษช่วยแปลเป็นไทยได้ไหมค่ะsurprised smile

#15 By กิ๊ฟ (119.42.86.221) on 2009-12-03 14:48

ได้สาระจริงๆด้วยค่ะ
surprised smile

#14 By ลูกนกค่ะ (119.42.86.221) on 2009-12-03 14:44

มีประโยชน์จริงด้วยค่ะbig smile

#13 By (119.42.86.221) on 2009-12-03 14:43

#12 By (125.26.119.143) on 2009-09-23 12:06

อย่าพูดอย่างนั้นสิเจ้าคะคุณหนูกีกี้
ข้อมูลได้ประโยชน์มากเจ้าค่ะ
(จะขอคัดลอกไปคงไม่ว่านะเจ้าคะ)surprised smile big smile confused smile

#11 By อัญ (124.121.10.78) on 2009-09-03 19:25

sad smile สาระดี้ดีเนอะ (ดีไปหม้ด)

#10 By กีกี้ (124.121.10.78) on 2009-09-03 19:20

#9 By (112.142.55.158) on 2009-09-03 13:42

ขอบคุงสำหรับประโยชน์ครั้งนี้ขอบคุงมาคร่าbig smile question surprised smile double wink cry

#8 By ฟาม (118.172.85.94) on 2009-08-11 21:28

รูปมาจากคนเขียเหรอ หุหุ

#7 By guest (125.24.213.132) on 2009-07-23 10:33

อยากมีประโยชน์บ้างจังเลย

#6 By ดา (124.157.200.122) on 2009-07-17 09:03

มีสาระมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยนะ

#5 By ลักส์ (124.157.200.122) on 2009-07-17 09:02

รูปน่ากลัวจังเลยครับ เหอๆ

#4 By ฟังเพลง (58.137.15.216) on 2009-06-19 20:24

ล้อเล่นนะอย่าโกรธนะไปล่ะ question question question question question question question

#3 By เหรอจ๊ะ (203.209.125.211) on 2009-05-29 18:18

ไม่เชื่ออะ question open-mounthed smile confused smile big smile sad smile question question question question surprised smile wink double wink cry question question question question question question

#2 By เหรอจ๊ะ (203.209.125.211) on 2009-05-29 18:17

จร้าๆ

มีประโยชน์มากมายเลยจร้าdouble wink

#1 By Choco_Monkey on 2009-04-30 04:11